+  Audi Club Thailand
|-+  General Talk» Audi Talk» ผมเติม E85 เกือบ 10 ถังแล้วครับ
Username:
Password:
Advanced Search
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผมเติม E85 เกือบ 10 ถังแล้วครับ  (อ่าน 6352 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tmo
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 437


« เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 10:26:16 AM »

   ผมตัดสินใจ เพราะข้อมูล ตกผลึกเรียบร้อยแล้ว จากทั้ง ฝ่ายงานประชาสัมพันธ์บางจาก (ขอบคุณมากๆ) ผมเลยตัดสินใจเติม e85 ครั้งแรกตอนไปหัวหิน เติมแค่ 500 บาทก่อนแต่น้ำมันในถังเหลือไม่ถึงครึ่ง ผลที่ได้ ดังนี้ครับ
1. ในความเร็วเท่ากัน E85 กินรอบต่ำกว่า E20 โดย 160 km/h E20 ประมาณ 3 พันรอบ แต่ E85 ประมาณ 2800 รอบครับ
2. ทีแรกรู้สึกเหมือนอุณหภูมิน้ำมันเครื่องขึ้นเกือบถึง 120 C แต่ ลองกลับมาเติม E20 แล้วไปหัวหินเหมือนเดิม ที่ความเร็วเท่ากัน ก็ขึ้นพอกัน สรุปว่า E85 ไม่ทำให้อุณหภูมินม.เครื่องขึ้นสูงกว่าปกติครับ
3. กำลังเครื่องยนต์ ไม่ตกลง จนเห็นได้ชัดครับ แถม (ในความคิดผม) ประหยัดกว่า รอบมาเร็วกว่า น้ำมันฟอสซิล ด้วยครับ
4. รู้สึกเครื่องสะอาดครับ เวลาจอดนานๆ มาสตาร์ท ไม่มีกลิ่นเบนซิล
5. ประหยัดกว่าอย่างเห็นได้ชัด 1 ถัง ยัดๆ ไม่เกิน 1500 ครับ E20 ยัดๆ 2 พันกว่า

ข้อเสีย
1. หาที่เติมยากครับ เติมแล้วติดไม่อยากเปลี่ยนเลยครับ





ข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลจากการใช้งานจริง (ในแบบของผม) คือ วิ่งระยะไกลเป็นส่วนใหญ่ครับ ล่าสุดเติม E85 วิ่ง 2 วัน พันกว่าโล ไม่มีอาการสะดุด สำลัก ครับ ส่วนใครจะกล้า หรือ ไม่กล้าลอง ก็แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละท่านครับ
บันทึกการเข้า
paisan
อย่าอายที่จะถามและตอบ
Global Moderator
Audi Platinum Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2,520


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 10:44:31 AM »

       เติมเลยหรือครับ ไม่ต้องปรับจูนหรือเปลี่ยนท่อใหม่หรือครับให้ข้อมูลที่ละเอียดหน่อยครับ
เช่น  อัตราการบริโภค กี่ กม/ลิตร เมื่อเปรียบเทียบกับ 95และ91 โซฮอล อัตราบริโภคต่างกันไหม แล้วเคยลอง e85เพียวๆโดยไม่เหลือน้ำมันเดิมภายในถังป่าวครับ ผลจะต่างกันไหม
บันทึกการเข้า

ความรู้เพียงเล็กน้อย อาจช่วยคนเป็นร้อยแก้ปัญหา
เพราะฉะนั้น อย่ากลัวที่จะบอกสิ่งที่คุณรู้กับคนอื่น แม้จะเป็นเรื่องพื้นๆ ก็ตาม
tmo
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 437


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 11:18:46 AM »

       เติมเลยหรือครับ ไม่ต้องปรับจูนหรือเปลี่ยนท่อใหม่หรือครับให้ข้อมูลที่ละเอียดหน่อยครับ
เช่น  อัตราการบริโภค กี่ กม/ลิตร เมื่อเปรียบเทียบกับ 95และ91 โซฮอล อัตราบริโภคต่างกันไหม แล้วเคยลอง e85เพียวๆโดยไม่เหลือน้ำมันเดิมภายในถังป่าวครับ ผลจะต่างกันไหม

เติมมาเกือบ 10 ถัง น้ำมันเก่าไม่เหลือแล้วครับ
ไม่ได้ปรับจูนใดๆครับ แต่ตอนเปลี่ยนน้ำมัน มันจะกระตุกๆ หน่อย พอสัก 2-3 ถัง ก็จะราบเรียบครับ
ประหยัดกว่าแน่นอนครับ
ต่างครับ วิ่งได้ดีกว่า ประหยัดกว่า ทั้งตัวน้ำมัน และราคาที่ต่างกันร่วม 10 บาทครับ
บันทึกการเข้า
Pekkie
A6C5 + Brembo Max + EBC Yellow (F) + EBC Green(R) + ATE SL.6
Audi Platinum Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,838



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 01:02:01 PM »

เรื่องรอบผมว่าไม่น่าเกี่ยวนะครับ เพราะรอบเครื่องกับเกียร์ยังไงไม่ว่าน้ำมันอะไร มันไม่น่าช่วยให้รอบเครื่องต่ำลง

ส่วนที่ว่าประหยัด ผมอยากให้ลองจับ กิโลต่อลิตรมากกว่าเติมเท่าไหร่เต็มถังครับ เพราะผมยังคงเชื่อว่า เอลทานอลสูงๆ ยังไงๆก็กินน้ำมันกว่าครับ
บันทึกการเข้า

1997 A4B5 2.4 12V
1999 A6C5 2.4 Tiptronic
2002 E39 523i Executive
2005 E60 525iSE
tmo
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 437


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 01:15:46 PM »

  อาทิตย์นี้จะลองถอดหัวเทียน แล้วจะ review อีกรอบครับ
บันทึกการเข้า
mrbear
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 433



« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 02:28:26 PM »

ลองจับดูอายุของท่อยางด้วยนะครับว่าเป็นอย่างไร ได้เปลี่ยนมาใช้แบบที่ทน e85 รึเปล่าครับ
ส่วนตัวนะครับ ถ้าวิ่งทางไกลบ่อยๆแล้วอยากประหยัดค่าเชื้อเพลิง จับติด lpg โล้ดดดดครับผม
บันทึกการเข้า

tmo
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 437


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 03:38:05 PM »

ลองจับดูอายุของท่อยางด้วยนะครับว่าเป็นอย่างไร ได้เปลี่ยนมาใช้แบบที่ทน e85 รึเปล่าครับ
ส่วนตัวนะครับ ถ้าวิ่งทางไกลบ่อยๆแล้วอยากประหยัดค่าเชื้อเพลิง จับติด lpg โล้ดดดดครับผม

1. ไม่ชอบ LPG ครับ
2. ผมเติม E85 ไป 10 ถัง ประหยัดไปถังละ เกือบ 1 พัน 10 ถัง เกือบ 1 หมื่น ค่าท่อยาง ไม่ถึงหมื่น ก็น่าจะคุ้มครับ  น้อมรับทุกความเห็นครับ

ข้อเท็จจริงอีกอย่าง ของ E85 คือ เขม่าน้อยครับ เนื่องจาก น้ำมันฟอสซิลจะมีส่วนประกอบเป็น "ไฮโดคาร์บอน คือ ไฮโดรเจน + คาร์บอน ก็คือ ถ่าน หรือ ในรถจะเป็นเขม่า" ครับ แต่ E85 เป็นแอลกอฮอล มีส่วนผสม คือ "ไฮโดรเจน+อ๊อกซีเจน ดังนั้น เขม่าจะน้อยครับ"
บันทึกการเข้า
xkun
Global Moderator
Audi Diamonds Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,222


Love This. Don't You!?


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 04:08:01 PM »

เห็นรูปแร้วขยี้ตา  13400 
บันทึกการเข้า

mrbear
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 433



« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 06:27:46 PM »

ทำไมถึงไม่ชอบ LPG หล่ะครับ จากเหตุผลข้อสองผมว่ายิ่งน่าจะทำให้ชอบ LPG มากกว่าซะอีก  --\ /--
บันทึกการเข้า

KeN
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 426


ขับรถใน กทม. ต้องใจเย็นๆกันนะคร้าบ...


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 06:50:54 PM »

แล้วอุปกรณ์ในถังเชื้อเพลิงมันทนe85ได้หรอครับ? ผมว่าแก๊สโซฮอลมันกัดพลาสติกแรงเหมือนกันนะครับ เพราะล่าสุดรถ Accord ตัวใหม่ผมน้ำมันหมดกลางคัน ผมไปปั๊มแบกน้ำมันใส่แกลลอนมาเติมเอง แล้วตัดปากขวดเป็นที่กรอกน้ำมัน ขนาดแค่e20 ปากขวดน้ำดื่มพลาสติกยังเบี้ยวเลยครับ และมีบางส่วนหกมาโดนมือ มันเหมือนกันเอาแอลกอฮอลราดเพียวๆเลยครับ

ยังไงก็อย่าลืมตรวจสอบดูดีๆด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
yun
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 08:48:58 PM »

เรื่องรอบผมว่าไม่น่าเกี่ยวนะครับ เพราะรอบเครื่องกับเกียร์ยังไงไม่ว่าน้ำมันอะไร มันไม่น่าช่วยให้รอบเครื่องต่ำลง

ส่วนที่ว่าประหยัด ผมอยากให้ลองจับ กิโลต่อลิตรมากกว่าเติมเท่าไหร่เต็มถังครับ เพราะผมยังคงเชื่อว่า เอลทานอลสูงๆ ยังไงๆก็กินน้ำมันกว่าครับ

เห็นด้วยครับ  รอบเครื่องไม่เกี่ยวกับชนิดน้ำมันแน่นอนครับ 
บันทึกการเข้า

MY2002 Audi A6 C5 Multitronic, RS6 body part
MY2001 BMW E39 523i
MY1997 BMW E38 730i
paisan
อย่าอายที่จะถามและตอบ
Global Moderator
Audi Platinum Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2,520


« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 07:12:41 AM »

          ยังไงคุณtmoใช้ไปเรื่อยๆแล้วอย่าลืมมาup+ ข้อมูลให้ฟังหน่อยนะครับ
บันทึกการเข้า

ความรู้เพียงเล็กน้อย อาจช่วยคนเป็นร้อยแก้ปัญหา
เพราะฉะนั้น อย่ากลัวที่จะบอกสิ่งที่คุณรู้กับคนอื่น แม้จะเป็นเรื่องพื้นๆ ก็ตาม
Mr.Subaru(sixer)
Audi Gold Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 837


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 09:04:48 AM »

เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะ

ถ้าทำได้ เปลี่ยนพวกท่อทางน้ำมัน ที่เป็นยาง(เส้นหลัก ทำจากอะไรไม่รู้ เหมือนเหล็กอ่ะ) พวกนี้ไม่ยาวมาก เอาแบบทน E85 ได้น่าจะ Work นะครับ เพราะด้วยอายุแล้ว ตามข้อต่อเหล็กรัด มันก็เริ่มเปื่อยกันแล้ว

อุปกรณ์ในถัง มันก็มีแต่ปั๊มติ๊ก ถ้าจะพัง คงไม่ใช่เพราะ E85 คงเพราะมันแก่แล้ว ให้ดี ซื้อใหม่ติดรถ หรือไม่ก็เปลี่ยนซะ
ผมว่าทุกอย่าง ทน E85 ได้พอควรอยู่แล้วครับ แอลกฮอล ไม่ใช่วิกซอล
อ๋อ ดู seal คอปั๊มติ๊กด้วยครับ ตัวนี้เปื่อยได้ ราคา 300 บาท

ทำได้ก็ดีครับ พลังงานสะอาด ผมเองยังไม่ได้ลอง เพราะใช้ fleet card บริษัท เป็น E10 แต่ถ้าเติมเอง คง E20 ไปก่อน เพราะยังไม่ได้เปลี่ยน wet part

เรื่อง ECU นั้น รถสมัยนี้สามารถปรับระยะยกได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปใส่ชุดkit ที่มันขายกัน

เรื่องกินน้ำมันนั้น เขาว่า E85 กินมากกว่า ต่อระยะทางนะครับ แต่รวมคชจ แล้ว น่าจะยังถูกกว่า
เห็นเติม 65 ลิตร ไม่ถึง 1400 ผมเติม e10 1400 บาท ได้ 40 ลิตรเอง


บันทึกการเข้า

Pass
94 Dihatsu Mira
93 BMW E36
97 Nissan NV
94 Vento
95 Gofl 3dr
01 Passat 1.8 T
NoW




02 A6 2.4
04 A6 2.4 Multitronic
05 A6 2.4 Sline Multitronic
05 Jaguar Xtype
03 Subaru Forester 2.0XT
เกรียง
Audi TurboGang
Audi Diamonds Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,544


ทุกท่านแก้หายแล้ว กลับมาโพสนะครับ


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 11:08:14 AM »

รอบเครื่องเกี่ยว นะครับ ในเมือรอบเครื่อง เปลี่ยนเป็นแรงบืด ต้องมีแรงขับให้ชนะ แรงฉุดทั้งหมด
    ในที่นี้แรงฉุดหลัก เป็นแรงลม วิ่งที่ 160 กม/ชม.
    E85 คงจะทำให้เครื่องมีแรงบิดสูงขึ้น เพื่อรักษาความเร็วที่ 160 ก็เลยเหยียบน้อยลง ในทางราบครับ

เหมือนเราขับรถขึ้นเขา ถ้าจะรักษาความเร็วให้เท่าเดิม เราก็ต้องเหยียบคันเร่งเพิ่ม เพื่อให้แรงบิดเอาชนะแรงฉุดครับ
   หรือรถที่นั้งเต็มคันบรรทุกมาเต็มที่ วิ่งที่ 160 เท่าๆกัน คันที่บรรทุกมากๆ ย่อมใช้รอบสูงกว่าครับ


เอาใหม่ จริงๆในเกียรมือ เราเหยียบมากขึ้น ทำให้น้ำมันมากขึ้น เมือเจอโหลดมากขึ้นเพื่อรักษารอบให้เท่าเดิม และความเร็วเท่าเดิม
    แต่ในเกียรออโต้  รอบเครื่อง มันไปผ่าน ทอรค์คอนเวอร์เตอร์  ชือมันก็คื่อการเปลี่ยนทอรค์ โดยไม่มีเฟืองขบกันจริงๆ
    หมุนเครื่องหนึงรอบ อาจไม่ได้หมุนเพลาขับหนึ่งรอบก็ได้ นะครับ

ดังนั้นเป็นไปได้ ที่เติม E85 ใช้รอบต่ำลง เพื่อให้ได้ความเร็วเท่าเดิม ครับ
    ผิดถูกประการใด  ขออภัยครับ


ท่อยางกับปัมท์ ติก รถที่ออกตั้งแต่ปี 1992 จะทนแอลกอฮอลได้อยู่แล้ว ครับ เพราะใช้เป็นตัวปรับค่าออกเทน มานานแล้วครับ
   ปัจจุบันแค่ใช้มากขันเท่านีั้นเอง

ทั่เป็นปัญหาส่วนใหญ่ มาจาก เติมน้ำมันมานานจะมีคราบน้ำมันเกาะตามทางเดินมาก คราวนี้เติม E85 ก็ชะล้างเอาคราบเหล่านี้
   มาเข้ากรองเบ็นซิน ดังนั้นก็จะตันเร็วมากๆ ในการใช้ระยะแรกๆ พอใชไปซักพักเปลี่ยนกรองใหม่เข้าไปก็หายครับ

ที่ห่วงท่านเจ้าของกระทู้ เนื่องจาก E85 ต้องการเชื้อเพลิงมากกว่า โซฮอลประมาณ 30% ครับ โอเคในรอบต่ำจะบางหน่อยก็ไม่เป็นไร
    ความร้อนไม่เกิน 900 องศาลูกสูบอลูมิเนียบยังรับไหว  แต่ถ้ารอบสูงๆ น้ำมันบางๆ จะทำให้ลูกสูบละลายทะลุได้นะครับ

บางคันก็เปลี่ยนเรกูเรเตอร์ให้สูงขึนไปหน่อย พอช่วยได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 20, 2012, 11:27:17 AM โดย KRIENG » บันทึกการเข้า

tlatin
Audi Newbie

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 12:51:07 PM »

เท่าที่อ่านในกระทู้นี้เกี่ยวกับรอบเครื่องและความเร็วในเกียร์เดียวกัน สมมุติที่ห้านะครับ ขับขึ้นเขา สองพันรอบที่ร้อยกม.ต่อชม.
ขับลงเขาก็ สองพันรอบที่ร้อยกม.ต่อชมเหมือนกัน ทั้งสองกรณี ขึ้นหรือ ลง ต้องเหยียบคันเร่งมากกว่ากัน ส่วนตัวผมคิดว่า รอบเครื่อง
กับความเร็วต้องสัมพันธ์กัน โหลดจะเป็นตัวกินพลังงาน (น้ำมัน) ซึ่งส่วนตัวอีกเหมือนกัน แอลกอฮอล์กับน้ำมัน ลิตรต่อลิตร
ผมว่าน้ำมันให้พลังงานมากกว่า
บันทึกการเข้า
Anonymity
Kot แห่งเทอร์โบแก้งค์ TBG
Administrator
Audi Diamonds Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,933


ยินดีให้คำปรึกษา.... 085 หนึ่ง33 4แปด84


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 02:28:16 PM »


ส่วนตัวไม่แนะนำให้เติม E85 สำหรับเครื่องยนต์ที่ไม่มีการปรับส่วนผสมให้ถูกต้องก่อนครับ



การใส่เข้าไปเลย จะเกิดอาการ Lean ในห้องเผาใหม้ มากน้อยแล้วแต่สภาพเครื่องและระบบจ่ายเชื้อเพลิง
E85 ต้องจ่ายมากกว่า 95 ราวๆๆ 30%
ถ้าวิ่งกดคันเร่งเรื่อยๆๆ ให้รอบเครื่องไต่ไปเรื่อยๆๆ โหลดไม่สูงมาก ก็แค่อันตรายกับในห้องเผาใหม้ระดับหนึ่ง
เพราะเมื่อเชื้อเพลิงบาง จะเผาใหม้รวดเร็วกว่า เกิดความร้อนสูงกว่า
แต่ถ้ามีทั้งความเร็วสูงและกดคันเร่งเพิ่มโหลด จะเกิดความร้อนในห้องเผาใหม้สูงขึ้นไปอีก อย่างที่พี่เกรียงบอกครับ
900องศา รับได้ แต่ถ้าเกินกว่านั้นจะเกิดความเสียหายตามมา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจไม่พบเห็นวันนี้แต่วันหน้าไม่แน่


ส่วนเรื่องค่าพลังงานของ 95 มากกว่า E85 เป็นเรื่องจริง
แต่....E85 ค่าพลังงานจะมากกว่า เมื่อใช้ AF ratio ที่ถูกต้อง เอามาเทียบกับ AF ของ 95
ต่างกันมากโข รถแข่งที่ใช้ E85 หรือ E100 ยิ่งEมากยิ่งได้เปรียบเชิงกลเทียบกับ 95 ในทุกรูปแบบ

อ่านเชื่อเพลิงเพิ่มกระทู้นี้ครับในหน้า 7/ คต157
http://www.audiclubthailand.com/board/index.php?topic=14021.0
บันทึกการเข้า



มิตรภาพไม่มีขาย ถ้าอยากใด้ต้องทำเอง
    ผมรู้ในสิ่งที่คุณไม่รู้ มากพอกับที่ผมไม่รู้ในสิ่งที่คุณรู้

Destroyer
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 300


« ตอบ #16 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 11:38:49 PM »



อยากเห็นข้อมูลของบางจากอะครับ ผมเองงงไปหมดว่ามันยังไงกันแน่... นึกไม่ออกว่าบางยี่ห้อจะรออะไรเป็นปีๆ ถึงเพิ่งออกรุ่นที่ใช้กับ E85 เพื่อประโยชน์ทางภาษีได้ถ้าหากว่าใช้รถเดิมๆ ก็เติม E85 ก็ได้ง่ะ


บันทึกการเข้า

tmo
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 437


« ตอบ #17 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2012, 09:48:42 AM »

รอบเครื่องเกี่ยว นะครับ ในเมือรอบเครื่อง เปลี่ยนเป็นแรงบืด ต้องมีแรงขับให้ชนะ แรงฉุดทั้งหมด
    ในที่นี้แรงฉุดหลัก เป็นแรงลม วิ่งที่ 160 กม/ชม.
    E85 คงจะทำให้เครื่องมีแรงบิดสูงขึ้น เพื่อรักษาความเร็วที่ 160 ก็เลยเหยียบน้อยลง ในทางราบครับ

เหมือนเราขับรถขึ้นเขา ถ้าจะรักษาความเร็วให้เท่าเดิม เราก็ต้องเหยียบคันเร่งเพิ่ม เพื่อให้แรงบิดเอาชนะแรงฉุดครับ
   หรือรถที่นั้งเต็มคันบรรทุกมาเต็มที่ วิ่งที่ 160 เท่าๆกัน คันที่บรรทุกมากๆ ย่อมใช้รอบสูงกว่าครับ


เอาใหม่ จริงๆในเกียรมือ เราเหยียบมากขึ้น ทำให้น้ำมันมากขึ้น เมือเจอโหลดมากขึ้นเพื่อรักษารอบให้เท่าเดิม และความเร็วเท่าเดิม
    แต่ในเกียรออโต้  รอบเครื่อง มันไปผ่าน ทอรค์คอนเวอร์เตอร์  ชือมันก็คื่อการเปลี่ยนทอรค์ โดยไม่มีเฟืองขบกันจริงๆ
    หมุนเครื่องหนึงรอบ อาจไม่ได้หมุนเพลาขับหนึ่งรอบก็ได้ นะครับ

ดังนั้นเป็นไปได้ ที่เติม E85 ใช้รอบต่ำลง เพื่อให้ได้ความเร็วเท่าเดิม ครับ
    ผิดถูกประการใด  ขออภัยครับ


ท่อยางกับปัมท์ ติก รถที่ออกตั้งแต่ปี 1992 จะทนแอลกอฮอลได้อยู่แล้ว ครับ เพราะใช้เป็นตัวปรับค่าออกเทน มานานแล้วครับ
   ปัจจุบันแค่ใช้มากขันเท่านีั้นเอง

ทั่เป็นปัญหาส่วนใหญ่ มาจาก เติมน้ำมันมานานจะมีคราบน้ำมันเกาะตามทางเดินมาก คราวนี้เติม E85 ก็ชะล้างเอาคราบเหล่านี้
   มาเข้ากรองเบ็นซิน ดังนั้นก็จะตันเร็วมากๆ ในการใช้ระยะแรกๆ พอใชไปซักพักเปลี่ยนกรองใหม่เข้าไปก็หายครับ

ที่ห่วงท่านเจ้าของกระทู้ เนื่องจาก E85 ต้องการเชื้อเพลิงมากกว่า โซฮอลประมาณ 30% ครับ โอเคในรอบต่ำจะบางหน่อยก็ไม่เป็นไร
    ความร้อนไม่เกิน 900 องศาลูกสูบอลูมิเนียบยังรับไหว  แต่ถ้ารอบสูงๆ น้ำมันบางๆ จะทำให้ลูกสูบละลายทะลุได้นะครับ


บางคันก็เปลี่ยนเรกูเรเตอร์ให้สูงขึนไปหน่อย พอช่วยได้ครับ

ใจผมห่วงประเด็นนี้มากที่สุดครับ กะว่าวันเสาร์จะถอดหัวเทียนมาดูน่าจะบอกอาการได้ระดับนึงครับ ถ้ามีการละลาย บิดเบี้ยว จะรายงานให้ทราบครับ    ที่เป็นห่วงเพราะว่ามัน "วิ่งดีผิดหูผิดตา" ครับ เหมือนค่าความร้อนมันมาเร็วกว่าเดิม ก็คือ แรงม้ามันมาในรอบต่ำกว่าครับ (ไม่รู้ผิดเปล่าครับ) ผมว่าจะเปลี่ยนเป็นหัวเทียนเข็มเบอร์เย็นหน่อยครับ แบบคุณ คชว่า น่าจะช่วยลดความร้อนแรงได้บ้าง
บันทึกการเข้า
Mr.Subaru(sixer)
Audi Gold Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 837


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2012, 03:39:09 PM »

เห็นด้วยกับการเติม E85 หรือ E เท่าไหรก็แล้วแต่

เพราะมันเป็นพลังงานสะอาด แล้วน่าจะใช้งานได้ดี

ไม่เห็นด้วยกับพ่อค้าที่ขายชุด kit บางรายที่ขายราคาแพงเกือบเท่าชุดแกส

LPG ก็ดี พลังงานสะอาดเหมือนกัน อยากติดมานานแล้ว

ถ้าบริษัทไม่ได้ให้ fleetcard คงเติมมั่งแล้ว
บันทึกการเข้า

Pass
94 Dihatsu Mira
93 BMW E36
97 Nissan NV
94 Vento
95 Gofl 3dr
01 Passat 1.8 T
NoW




02 A6 2.4
04 A6 2.4 Multitronic
05 A6 2.4 Sline Multitronic
05 Jaguar Xtype
03 Subaru Forester 2.0XT
tmo
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 437


« ตอบ #19 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2012, 04:06:01 PM »

   จากที่ได้เติม E85 และได้หาข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกแล้วผมรู้สึก (แค่รู้สึกนะ) ว่า คนไทยเป็นเหยื่อ และทาส พวกอเมริกา กับคนไทยบางคนครับ เพราะจริงๆแล้ว เครื่องยนต์ต้องการแค่ ไฮโดรเจน + อ็อกซีเจน เท่านั้น น้ำมันฟอสซิล มีคาร์บอน เป็นสิ่งที่ เครื่องยนไม่ต้องการครับ แต่จำเป็นต้องรับเพราะมันมากับน้ำมันเบนซิล  BMW ได้ลองวิ่งด้วยไฮโดรเจนอย่างเดียว ก็สามารถวิ่งได้ครับ สิ่งที่เหลือจากการสันดาปของ ไฮโดรเจน + อ๊อกซีเจน คือ "น้ำ" เท่านั้นครับ
บันทึกการเข้า
Mr.Subaru(sixer)
Audi Gold Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 837


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2012, 04:39:47 PM »

รถยนต์สันดาบภายในต้องการ "เชื้อเพลิง + อากาศ" ในการจุดระเบิด มันไม่รู้ว่าได้มาจากน้ำมัน หรือแกส หรืออะไรก็แล้วแต่

เพียงแต่ว่ารถที่เราใช้กันในยุค ก่อน 5 ปีมานี้ ถูกออกแบบมาให้ใช้กับเชื้อเพลิงฟอสซิ่ลเป็นหลัง ดังนั้นการออกแบบวัสดุให้มารองรับเชื้อเพลิงนั้นๆเป็นเรื่องที่ต้องรับรู้อย่างมีนัยสำคัญนะครับ
คือเรารับรู้ว่ารถเราวิ่งได้ ด้วย e85 ok มันวิ่งได้ และดี แต่คราวนี้มาวัดกันเรื่องวัสดุแหละ ว่าอะไรมันจะทนกันได้นานแค่ไหน ตั้งแต่ท่อยางไปจนถึงห้องเผาไหม้ต่างๆครับ เวลาเป็นเครื่องพิสูจ

บันทึกการเข้า

Pass
94 Dihatsu Mira
93 BMW E36
97 Nissan NV
94 Vento
95 Gofl 3dr
01 Passat 1.8 T
NoW




02 A6 2.4
04 A6 2.4 Multitronic
05 A6 2.4 Sline Multitronic
05 Jaguar Xtype
03 Subaru Forester 2.0XT
เกรียง
Audi TurboGang
Audi Diamonds Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,544


ทุกท่านแก้หายแล้ว กลับมาโพสนะครับ


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2012, 05:17:50 PM »

  จากที่ได้เติม E85 และได้หาข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกแล้วผมรู้สึก (แค่รู้สึกนะ) ว่า คนไทยเป็นเหยื่อ และทาส พวกอเมริกา กับคนไทยบางคนครับ เพราะจริงๆแล้ว เครื่องยนต์ต้องการแค่ ไฮโดรเจน + อ็อกซีเจน เท่านั้น น้ำมันฟอสซิล มีคาร์บอน เป็นสิ่งที่ เครื่องยนไม่ต้องการครับ แต่จำเป็นต้องรับเพราะมันมากับน้ำมันเบนซิล  BMW ได้ลองวิ่งด้วยไฮโดรเจนอย่างเดียว ก็สามารถวิ่งได้ครับ สิ่งที่เหลือจากการสันดาปของ ไฮโดรเจน + อ๊อกซีเจน คือ "น้ำ" เท่านั้นครับ

ไม่ไดโดนหรอก หรอกครับ เป็นเรื่อง ดีมาน กับ ซัพไพร์
น้ำมันดิย แต่ก่อนมีเยอะ มากจนคิดว่าใช้ 100 ปีก็ไม่หมด แต่กอนดีเซลลิตรละ แปดบาทเอง
   น้ำมันเอง ผลพลอยได้มีเยอะ เช่นพลาสติก ที่เราใช้กันอยู่นี้ละครับ
   คราวนี้พอน้ำมันใช้กันแพรหลาย ก็อ้างว่า บ่อแห้งแล้ว จะหมดแล้ว เพื่อโก่งราคา
   พอราคาสูง พลังงานทดแทนอื่นๆ เริ่มมีคนสนใจขึ้น มาทำให้ถูกลงได้ รัฐส่งเสริม มีวัตถุดิบในประเทศ
   แอลกอฮอล เลยเกิดครับ เสียอย่างเดียว แอลกอฮอล จะทำให้บริสุทธ์ยากหน่อย ต้นทุนเลยแพง
   ประเทศ ไทยโชคดี อยู่เขตร้อน อนาคต E85 เกิดแน่ๆ ครับ

ผมเองก็เพื่อไว้แล้ว ติดกล่อง Vems จับเติม E85 เมือไหรก็ได้เลย ปรับจูนอีกนิดๆ หน่อยๆ
    นี้ถ้าเชียงรายมีปัมท์ E85 นะเสร็จผมแน่ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 21, 2012, 06:27:20 PM โดย KRIENG » บันทึกการเข้า

Anonymity
Kot แห่งเทอร์โบแก้งค์ TBG
Administrator
Audi Diamonds Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,933


ยินดีให้คำปรึกษา.... 085 หนึ่ง33 4แปด84


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2012, 11:13:38 PM »



อะไรที่จุดไฟติด....เอาได้หมดครับ
แค่ใส่ AF ให้เหมาะสมกับแต่ละชนิดเชื้อเพลิง

หลังยุคไอน้ำ มาเป็นน้ำมันพืช ก่อนเป็นดีเซล
แล้วจึงมาเบนซิล ผมพลอยได้จากการกลั่น
บันทึกการเข้า



มิตรภาพไม่มีขาย ถ้าอยากใด้ต้องทำเอง
    ผมรู้ในสิ่งที่คุณไม่รู้ มากพอกับที่ผมไม่รู้ในสิ่งที่คุณรู้

เกรียง
Audi TurboGang
Audi Diamonds Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,544


ทุกท่านแก้หายแล้ว กลับมาโพสนะครับ


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2012, 08:45:48 AM »

ใจผมห่วงประเด็นนี้มากที่สุดครับ กะว่าวันเสาร์จะถอดหัวเทียนมาดูน่าจะบอกอาการได้ระดับนึงครับ ถ้ามีการละลาย บิดเบี้ยว จะรายงานให้ทราบครับ    ที่เป็นห่วงเพราะว่ามัน "วิ่งดีผิดหูผิดตา" ครับ เหมือนค่าความร้อนมันมาเร็วกว่าเดิม ก็คือ แรงม้ามันมาในรอบต่ำกว่าครับ (ไม่รู้ผิดเปล่าครับ) ผมว่าจะเปลี่ยนเป็นหัวเทียนเข็มเบอร์เย็นหน่อยครับ แบบคุณ คชว่า น่าจะช่วยลดความร้อนแรงได้บ้าง

หัวเทียน วัสดุทนกว่า ลูกสูบครับ ส่องไฟ ดูที่ลูกสูบ พอไหวมั้งครับ

http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2009/09/V8361473/V8361473.html
บันทึกการเข้า

Destroyer
Audi Silver Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 300


« ตอบ #24 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2012, 07:26:33 PM »



การเอาแอลกอฮอล์มาเป็นเชื้อเพลิงในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งมันมีที่มานะครับ  และวันนี้ที่สถานการณ์เปลี่ยนไปก็ไม่ได้หมายความว่ามันยังจำเป็นหรือเหมาะแก่การใช้อยู่เหมือนเมื่อวันวานนะครับ

1.   แอลกอฮอล์ถูกเอามาใช้เพราะช่วงนั้นนอกจากเบนซินจะราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ และมีความไม่สงบเกิดขึ้นเนืองๆ ทั้งเบาทั้งหนักในแหล่งผลิต  พร้อมๆ กับพืชอาหารราคายังต่ำอ่ยู่  มีการผลิตเหลือเกินพอ ฯลฯ  ทำออกมาแล้วราคาถูกกว่าเบนซิน  แต่ว่าวันนี้เรารู้กันแล้วว่าอาหารอาจเกิดขาดแคลนได้ทุกเมื่อ  คือบางประเทศขาดแคลนไปเป็นระยะๆ แล้วก็มี  ด้วยหลายสาเหตุ สาเหตุที่เรามักจะได้ทราบกันเสมอๆ ก็เรื่องของสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก  พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มได้น้อยแต่กินกันมากขึ้นเนื่องจากคนเยอะขึ้น  เพิ่มประสิทธิผลทางการผลิตก็ไม่ได้มากเว้นแต่จะใช้วิธีการที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ 100% เช่น GMO-ดัดแปลงพันธุกรรม  และต้นทุนค่าแรง เครื่องจักร ที่ดิน ปุ๋ย อาหารสัตว์ อาหารเสริม ยาพืชยาสัตว์ แพงขึ้นเรื่อยๆ  ฯลฯ  แล้วราคาแอลกอฮอล์ก็สูงขึ้น-สูงกว่าเบนซินไปเยอะแล้ว  ทุกวันนี้ใครใช้ E85 แล้วกำไรครับเพราะรัฐต้องชดเชยเยอะแยะ (แต่ไม่รู้ว่าถึงที่สุดของสมการแล้วมันจะเป็นพวก zero sum หรือว่าเจ๊งหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ)
2.   ข้อดีของแอลกอฮอล์หรือพลังงานทางเลือกใดๆ ต่อสถานการณ์พลังงานโลก ณ ปัจจุบันนี้น่าจะเป็นเรื่องของมลพิษและลดการพึ่งพา OPEC มากกว่าครับ  อย่างแอลกอฮอล์เองนี่ไม่ได้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจนานแล้วครับ  เหมือนกับมีเผื่อๆ ไว้  ให้รู้ไว้  เตรียมตัวเตรียมใจไว้  กระมังครับ
3.   ประเทศตะวันตกหรือประเทศผู้ผลิตรถยนต์คงไม่ได้หลอกขายอะไรเรานะครับ  ผมว่าใครๆ ก็อยากลดการพึ่งพา OPEC ทั้งนั้นแหละแต่มันยังไม่ถึงเวลาต่างหากครับ  คือถ้าแอลกอฮอล์ราคาต่ำเหมือนเดิมแต่เบนซินราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะรถเก่าหรือรถใหม่ก็คงได้ใช้ E85 หรือ E100 กันแล้วล่ะครับ  และที่สำคัญคือคงไม่มีผู้ผลิตรถยนต์รายไหนอยากจะเสียเงินไปในการพัฒนารถเพื่อหาพลังงานทางเลือกหรอกครับถ้าหากว่าไม่ได้มีแรงกดดันอะไร  แล้วก็มุ่งพัฒนาไม่ใช่เฉพาะแอลกอฮอล์เท่านั้นนะครับ  LPG เอย  NGV เอย  ไฟฟ้าเอย  Hydrogen เอย  ใช้พลังแสงอาทิตย์นี่ทำมาแล้วนานมากๆ  ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ เล่นมันทุกทางนั่นแหละ  คิดว่าถ้าไม่มีเรื่องของราคาและมลพิษโดยที่ภาครัฐหลายๆ ประเทศก็บังคับเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ก็คงไม่มีบริษัทไหนอยากจะดิ้นรนเสียเงินใส่ส่วน R&D นี้กันหรอกครับ  โดยเฉพาะเสียเงิน R&D ทำออกมาก็ไม่ใช่ว่าจะขายได้ง่ายๆ นะ  อาจขายไม่ได้เลยด้วยซ้ำ  อย่าง Hybrid ที่ Honda เอามาเปิดตัวในไทยก่อนใครตอนนี้ยังไม่กล้าเอามาขายเล้ย  ปล่อยให้ Toyota กับ Lexus เล่นกันไปนิครับ
4.   ถ้าตั้งราคากันตามกลไกจริงๆ E85 คงจะแพงกว่าเบนซิน 95 ไปเยอะแล้วนะครับ  คิดว่าราคาผลิตผลทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องก็แกว่งไกวเยอะ  กับคงมีบางช่วงหรือเป็นมาโดยตลอดแล้วก็ได้นะที่รัฐต้อง ?บังคับ? ให้เอกชนผลิตแอลกอฮอล์ให้ด้วยซ้ำโดยยอมชดเชยค่าใช้จ่ายให้  สรุปคือรัฐต้องจ่ายให้กับทั้งโรงงานแอลกอฮอล์และผู้ใช้รถ  ทั้งในส่วนของเชื้อเพลิงและภาษีรถยนต์  ...ก็มันริเริ่ม E85 ไปแล้วง่ะ  นโยบายรัฐเปลี่ยนแปลงไปมาคงไม่เหมาะแต่จะเห็นว่าไม่มีใครเล่นด้วย+ไม่มีใครส่งเสริมทั้งค่ายเชื้อเพลิง ค่ายรถยนต์ และภาครัฐมานานแล้วนะครับ  ผมว่าบางจากเองก็ไม่ได้กระตุ้นอะไรเว้นแต่พยายามเอามาใช้สร้างภาพลักษณ์ด้านมลพิษเท่านั้นเองครับ
5.   ผมคิดว่าค่ายรถยนต์ใหญ่ๆ ไม่เล่นด้วยหรือไม่ค่อยให้ความร่วมมืออะไรมากนักเพราะคิดไปว่าแอลกอฮอล์มันไปไม่รอดมากกว่าครับ  พวกค่ายเชื้อเพลิงก็คงไม่ต่างกัน  ถ้าไม่ถูกบังคับหรือเพราะเป็นกลไกของรัฐผมว่าบางจากก็คงไม่เล่นด้วยหรอกครับ  แค่ต้องไปดิ้นรนหาแอลกอฮอล์มาใช้ก็ปวดหัวตายแล้ว  ผู้ผลิตแอลกอฮอล์ก็มีแค่ไม่กี่ราย-บางจากจะถูกบีบอะไรยังไงก็ต้องยอม  ตอนนี้รัฐก็ได้แต่อุ้มๆ กันไปโดยเฉพาะกับโรงงานที่ลงทุนเครื่องจักรผลิตแอลกอฮอล์ไปแล้วแต่หาวัตถุดิบไม่ได้  หรืออย่างแค่เรื่องหัวจ่ายและจำนวนถังเก็บใต้ดินกับชนิดน้ำมันเชื้อเพลิงที่หลากหลายตามปั๊มต่างๆ คนทำงานก็แย่แล้ว  ยิ่งตามเมืองใหญ่ที่หาที่ดินลำบากค่าใช้จ่ายสูงติดกฎหมายสิ่งแวดล้อมและที่เกี่ยวกับชุมชนอีกครับ
6.   รถเก่าๆ อะไรใช้ได้หรือไม่  ใช้อย่างไร  มีอะไรต้องระวังบ้าง ?  คนไทยคงได้เรียนรู้อีกเยอะครับ  อนุโมทนาด้วยนะครับผม  ไม่ได้บอกว่าผู้ที่ยินดีใช้ E85 นั้นฉลาดกว่าหรือรู้มากกว่า-แค่กลไกราคาง่ายๆ เอง  แค่เป็นการกระตุ้นการใช้ของภาครัฐเอง  มันอาจเป็นแค่การยอมรับข้อด้อยหรือข้อจำกัดของมันได้ด้วยงบประมาณขนาดไหนภายในระยะเวลาแค่ไหนมากกว่าก็ได้ครับ  เพราะอย่างบราซิลนี่ใช้กันเป็นล่ำเป็นสันมาตั้งนานแระ  รถอะไรเขาก็ใช้มันไปได้ทั้งนั้นแหละ (แต่ว่าไม่รู้ว่าเขาปรับเปลี่ยนหรือว่าใส่อะไรยังไงบ้างนะครับ)  กับถ้าจะขายรถในบราซิลได้ก็คงต้องเป็นรุ่นที่ใช้แอลกอฮอล์ได้ด้วยแน่ๆ  เพราะว่าบราซิลผลิตแอลกอฮอล์ได้ราคาถูกกว่า และราคาต่ำกว่าเบนซิน (อาจจะเพราะรัฐชดเชยส่วนต่างให้เมื่อเทียบกับราคาที่ได้จากการส่งผลิตผลทางการเกษตรออก)  อีกทั้งรัฐบาลเองก็อยากจะพยุงราคาแอลกอฮอล์และพืชผลที่เกี่ยวข้องโดยอิงกับราคาน้ำมันเท่านั้นเองก็เป็นได้  ผมมั่นใจว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนบราซิลไม่ได้รักหรืออยากจะรักษ์โลกมากกว่าชาติไหนๆ  กับคงไม่ได้ฉลาดหลักแหลมหรือรู้อะไรมากกว่าชาติอื่นๆ ด้วยครับ
7.   ทุกวันนี้ ถ้าเบนซินไม่ได้ต้องโดนภาษีเพื่อเอาไปชดเชยให้กับ LPG  ถ้าเบนซินไม่ต้องเสียภาษีในส่วนอื่นๆ และ penalty ในแบบอื่นๆ  กับถ้ารัฐปล่อยลอยตัว LPG (ได้ ?) ผมว่าเบนซินอาจจะถูกกว่าหรือคุ้มกว่าแอลกอฮอล์หรือ LPG ไป่แล้วนะครับ

ประเด็นน่าจะอยู่ที่ว่าใครพอใจใช้ก็ดิ้นรนใช้ไปเถิด  ...ความประหยัดในครัวเรือนเป็นเรื่องดีครับ  แต่จะบอกว่าคนที่ไม่ใช้กลับกลายเป็นคนไม่ฉลาดหรือโดนใครหลอกหรือว่ากำลังมีใครหลอกอะไรเราอยู่นั้น  โดยเฉพาะกับเรื่อง E85 นี้...โดยเฉพาะจากเหตุผลที่ยกมานั้น...ไม่รู้สิ...ผมว่าไม่ใช่กระมังครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

+ + + Web Friend Link + + +